แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ iphone 6 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ iphone 6 แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558

คะเนราคา iPhone 6s ในไทยตั้งต้น 24,900 บาท

หลังจากมีรายงานเกี่ยวกับค่า iPhone 6s พร้อมทั้ง iPhone 6s Plus จากฝั่งยุโรปที่มีราคาเท่ากับตอนโหมโรง iPhone 6 กับ iPhone 6 Plus จึงมีความเป็นไปได้ว่าสนนราคา iPhone แบบใหม่ในประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทยจะเท่าเดิม



แม้ว่า iPhone รุ่นใหม่หรือไม่ iPhone 6s จักยังไม่เริ่ม แต่เพื่อมูลค่านั้นคาดว่าเท่าเดิมกับ iPhone ด้วยดีไซน์ต่าง ๆ ซึ่งตามข่าวก่อนหน้านี้ต่างก็ให้ข้อมูลว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก แต่จะมีการปรับสเปคในส่วนของประสิทธิภาพการทำงานด้วยกันกล้องถ่ายรูปให้ดีกว่า เดิม



ต่างว่าราคา iPhone 6s มีมูลค่าเท่าเดิม ก็จักมีค่าบุกเบิกต้นอยู่ที่ 24,900 บาทในรุ่นความจุ 16GB ซึ่งเป็นสนนราคาบน Apple Online Store ส่วน iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ก็จะปรับมูลค่าลงมาตามลำดับ



ตราบย้อนกลับดูมูลค่า iPhone 6 เทียบกับ iPhone 5s แล้วก็พบว่า iPhone 6 เปิดค่าสูงกว่าเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งหมด ทั้งวัสดุ ดีไซน์ ขนาดตัวเครื่อง พร้อมกับสเปค แต่เนื่องด้วย iPhone 6s แล้วยังคงใช้ดีไซน์แบบเดิม กับขนาดก็น่าจะใกล้เคียง iPhone 6 ตามที่มีข่าวออกมาขณะนี้

อย่างไรก็ตาม ราคาดังกล่าวเป็นแค่การคาดการณ์ล่วงหน้าพร้อมด้วยความเป็นไปได้เท่านั้น ส่วนข้อมูลพร้อมกับมูลค่าอย่างเป็นทางการต้องรอติดตามดูกันต่อไปครับ

สนับสนุนเนื้อหา: www.iphone-droid.net
ติดตาม ข้อมูลข่าวสารไอทีได้ที่นี่: http://thaizones-hitech.blogspot.com/

ติดตาม ข่าวสารทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ที่: http://hitech.sanook.com/

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

มาทำความรู้จักมักจี่กับ iPhone 6s ก่อนเริ่มกันเถอะ!!

iPhone 6s ออกแบบมาราวกับ iPhone 6 เลยเพียงแต่เพิ่มเติมความหนาขึ้นมานิดนึง

แม้ว่า จะมีข่าวแต้มสีออกมาว่า iPhone 6S (ไอโฟน 6S) จะมีดีไซน์เช่นกับ iPhone 6 ก็ตาม แต่กระนั้นดูเสมือนว่า เป็นไปได้มีบางสิ่งยักเยื้องไปเล็กน้อย ตราบใดข่าวซุบซิบล่าสุด ตีแผ่ว่า iPhone 6S จะหนาขึ้น จากเดิม 6.9 มิลลิเมตร เป็น 7.1 มิลลิเมตร ส่วนเหตุเดิมที่ทำให้ iPhone 6S หนาขึ้น เป็นเพราะเทคโนโลยี Force Touch นั่นเอง

นอกจาก iPhone 6S จะมีความยักกระสายในเรื่องของ ชิปเซ็ต และกล้องด้านหลังแล้ว แหล่งข่าวยังแสดงตนอีกว่า เทคโนโลยี Force Touch ถือว่า เป็นการเปลียนแปลงที่ใหญ่ที่สุดบนรุ่นนี้ แต่ก็ส่งผลให้ตัวเครื่องหนาขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ส่วนออกแบบอื่นๆ ยังคงคงที่ไม่เปลี่ยน



โดยเทคโนโลยี Force Touch นั้น จะช่วยทำให้สามารถแบ่งแยกแรงกดบนหน้าจอได้มากขึ้น ซึ่งถูกนำไปใช้บน Apple Watch แล้วนั่นเอง
เพราะว่าแนวทางเริ่ม iPhone 6S คาดว่า เป็นวันที่ 6 กันยายนนี้

ที่มา : cultofmac.com

ใช้บอดี้อะลูมิเนียมเกรด 7000 แบบเดียวกับ Apple Watch Sport รับรองความแข็งแรง ไม่งอ



ล่าสุด ทาง Economic Daily News จากประเทศไต้หวัน ตีแผ่ว่า iPhone 6S และ iPhone 6S Plus จะเปลี่ยนเครื่องมือที่ใช้ผลิตบอดี้ใหม่ เป็น อะลูมิเนียมอัลลอยด์เกรด 7000 ที่ใช้บน Apple Watch Sport ซึ่งมีความแข็งแรง กว่า อะลูมิเนียมทั่วๆ ไปถึง 60%



เกี่ยวกับเหตุหลักๆ ที่ทำให้ แอปเปิล ต้องแปลงวัสดุที่ใช้ผลิตบอดี้ใหม่ เป็นเกี่ยวกับ iPhone 6 นั้น เจอทาง #bendgate ใช่ไหมตัวเครื่องโค้งงอนั่นเอง ทำให้แอปเปิล หาวิธีที่จะผันแปรบอดี้ใหม่ อย่างไรก็ดี ทั้งที่ อะลูมิเนียมอัลลอยด์ จะมีความเข้มเเข็งไม่เท่า Stainless Steel แต่ก็มีน้ำหนักเบา, สามารถขึ้นรูปได้หลายสี พร้อมทั้งไม่มีผลพวงต่อตัวรับสัญญาณในตัวเครื่องอีกด้วย

ส่วนข้อมูลนี้ จะเป็นความจริงมากน้อยแค่ไหน ต้องตามล่ากันต่อไปนะคร้าบบบ

ที่มา : macrumors.com

และสุดท้ายนี้ในส่วนของแบตเตอรี่ทาง Apple เค้าจักให้มาที่ขนาด 1715 mAh นะครับก็คิดว่าน่าจะพอใช้ได้ให้เกือบครบวันล่ะเนอะ อิอิ (พื้นๆเท่าที่ผมใช้อยู่ตอนนี้จะเป็น Note 4 ซึ่งแบตก็ถือว่าอึดพอสมควรเลยนะ ถ้าเล่นบ้างนิดหน่อย เรื่อยๆ โซเชียลบ้าง อ่านนวนิยายบ้าง ก็พอดีสำหรับช่วงกลางวันทั้งวันอ่านะ แต่ถ้าเล่นเกมส์หนักๆ ก็ไม่มีเครื่องไหนหรอกที่จะอยู่รอดทั้งวัน มันขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งานทั้งนั้นแหละครับ!!)

ปล. ปกติแล้วไอโฟนรุ่นใหม่จะออกรุ่นหลักมา จากนั้นรุ่นต่อไปจะตามด้วยรุ่นหลักแล้วเติม S เข้าไปต่อท้ายนะครับ เห็นมีคนเรียกผิดกันเยอะแยะเลย กลายเป็นว่าเรียกข้ามรุ่นไปยกตัวอย่างเช่นเมื่อปีที่แล้วทาง apple ออกไอโฟนใหม่มาโดยใช้ชื่อว่า iPhone 6 และ iPhone 6 plus ดังนั้นรุ่นที่จะออกในปีนี้ก็จะใช้ชื่อว่า iPhone 6s และ iPhone 6s plus นั่นเองจ้า ไม่ใช่ iPhone 7 นะฮะ ^^

ติดตาม ข่าวสารไอทีต่างๆ จากทางเราได้ที่: http://thaizones-hitech.blogspot.com/>

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2558

Samsung Galaxy S6 Edge กับ 5 สิ่งที่ลื้ออาจยังไม่รู้เรื่อง ?

การโหมโรง Samsung  แบบ แพ็คคู่ แม้ดีไซน์พร้อมด้วยฟีเจอร์เพราะว่ารวมแทบไม่ต่างกัน แต่ความน่าสนใจของ Galaxy S6 Edge อยู่ที่หน้าจอแสดงผลที่โค้งเอียงลงทั้งด้านซ้ายและขวา ซึ่งนอกจากจักเป็นการแสดงเทคโนโลยีด้านจอภาพของ Samsung เองแล้ว Galaxy S6 Edge ยังมีอีก 5 เรื่องที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน ?
1. หน้าจอด้านข้างเสมือนจอที่สอง
Galaxy-S6-edge
หน้าจอที่โค้งเอียงลงมาด้านข้างของ Galaxy S6 Edge ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความเลิศหรู แต่มันอาจจักเป็นหน้าจอแสดงผลหรือว่าแจ้งเตือนได้ พร้อมกับสนับสนุนให้ผู้ใช้เก่งกำหนดแอพพลิเคชันที่ใช้บ่อยครั้ง ด้วยว่าการเรียกใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
2. แบตเตอรี่กับการทำงานร่วมกับชิปประมวลแบบใหม่ 
แม้ Galaxy S6 Edge จักให้แบตเตอรี่ความจุเพียง 2600 mAh ซึ่งน้อยกว่าที่หลายคนคาดหวัง แต่ด้วยชิปประมวลรุ่นใหม่ที่ Samsung ระบุว่าเป็นการออกแบบภายใต้สถาปัตยกรรม 14 นาโนเมตร จะคอยช่วยจัดสรรการใช้พลังงานได้อย่างประสิทธิภาพ รวมไปถึงเป็นการลดการใช้ พลังงาน ส่งผลดีต่อชั่วโมงการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้น
3. แบตเตอรี่ถอดไม่ได้อีกต่อจากนั้น
Galaxy-S6-edge-3
หลายคนที่ใช้สมาร์ทโฟนของ Samsung อาจคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแบตเตอรี่ เหรอการถอดแบตเตอรี่ในกรณีที่เครื่องค้าง เป็นต้น แต่สำหรับใน Samsung Galaxy S6 Edge เหรอ Galaxy S6 จักไม่เป็นได้ถอดแบตเตอรี่ได้อีกถัดไป ดังนั้นสมมติแบตเตอรี่ใกล้จักหมดทางเร่ำลือกที่ช่วยยืดชั่วโมงการใช้งาน คือการใช้ Ultra Saving Mode ใช่ไหมการใช้ Power Bank นั่นเอง
4. ตำแหน่งของลำโพง
Galaxy-S6-edge-2
แม้สาวก iPhone จักแอบเหน็บแนมว่าบางส่วนของการออกแบบ Samsung Galaxy S6 Edge ไม่ก็ Galaxy S6 จักมีความคล้ายคลึงกับ iPhone 6 / iPhone 6 Plus อาทิ ตำแหน่งลำโพงที่ถูกโยกย้ายมาอยู่ด้านล่างตัวเครื่อง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้มาพร้อมกับประสิทธิภาพของเสียงที่ดีขึ้นพร้อมด้วย ความดังที่มากขึ้นเช่นกัน
5. Micro SD ไม่มีอีกแล้ว
ความจุภายในของ Samsung Galaxy S6 Edge หรือ Galaxy S6 เริ่มต้นต้นที่ 32 GB, 64 GB และ 128 GB ตามลำดับ ซึ่งสิ่งที่คู่กับตระกูล Galaxy S มาเพราะตลอดนั่นคือ micro SD เพื่อการเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูล แต่ในเจเนอเรชั่นที่ 6 ทาง Samsung ได้ตัดสิ่งนี้ออกไป พร้อมกับยกเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Universal Flash Storage หน่วยความจำใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพราะ Samsung ช่วยให้การอ่านเหรอเขียนข้อมูลทำได้เร็วพร้อมด้วยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Samsung Galaxy S6 Edge เตรียมวางขาย 10 เมษายน ศกนี้
ภาพจาก Wired

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

15 ข้อดี ที่ “ไอโฟน“ ทำได้ แต่.... คุณอาจจะอีกทั้งไม่เคยรู้มาก่อน!!


วันนี้มีเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ได้นำมาฝากสาวกของมือถือค่ายappleอย่าง iphone 15 ข้อ ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งบางข้อก็ต้องขอยอมรับเลยว่าไม่เคยได้ลองใช้จริงๆๆ ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง



1. เปลี่ยน Passcode เป็น ตัวอักษร แทนที่จะเป็น ตัวเลข ได้


1. Setting > General > Passcode Lock
2. ปิดการตั้งค่า Simple Passcode
3. แป้นพิมพ์ปรากฏให้เปลี่ยน Passcode หลังจากนั้นทุกครั้งที่ต้องการที่จักใส่ Passcode ก็จะมีแป้นตัวอักษรโผล่ขึ้นมาแทน
* มีเฉพาะ iPhone 5s เท่านั้น



2. ให้ Siri อ่านอีเมล์ให้ฟังก็ได้นะ

- หมาย Siri ด้วยคำสั่งที่ว่า Read my email นางก็จะอ่านร่ายยาวตั้งแต่ ชื่อคนส่ง เวลา กับเรื่อง จนถึงตัวอีเมลกันเลยทีเดียว
- แถมยังสั่งให้อ่านอีเมลที่ถูกส่งมาล่าสุด ด้วยคำสั่งว่า read my latest email หรือไม่ก็ต้องการถามว่ามีอีเมลของนาย A มั้ย? เพราะถามด้วยคำสั่งที่ว่า Do I have email from A?

3. กี่ข้อความที่ส่งมา ดูเวลาได้หมด



- ตั้งแต่ IOS 7 ขึ้นไป / ใน massage ปางลากข้อความไปทางซ้าย ก็จักอาจจะรับรู้เวลาที่มีคนส่งข้อความมาของทุกข้อความ

4. มีเครื่องบินกี่ลำบินอยู่เหนือหัวเราบ้าง

- งานนี้ Siri จัดให้ ลองสั่งเธอด้วยคำสั่งที่ว่า What flights are above me หรือ Planes overhead แล้วก็รอการประมวลผล 30 วินาที จักรู้ข้อมูลแบบชัวร์ๆ ได้ทันที

5. เขย่าเครื่องเบาๆ ก็ ลบข้อความ ได้

- พิมพ์ข้อความไปได้ยาวๆ แล้วต้องการที่จักลบ แค่ เขย่า เครื่องเบาๆ ก็จักมีปุ่มขึ้นมาให้เโจษก กดคำว่า Undo ข้อความทั้งหมดก็จะหายไป

แต่... ถ้ากด Undo แล้วเปลี่ยนใจมุ่งหมายจักได้ข้อความกลับมาก็ เขย่า อีกครั้ง แล้วเเลื่องลือก Redo ข้อความเดิมก็จักกลับมา

6. ดูปฏิทินแบบลงรายละเอียดได้ด้วย

ข้อนี้หลายคนก็น่าจักรู้กันบ้างแล้ว เปิดปฏิทินขึ้นมาแล้วเอียงหน้าจอเป็นแนวขวาง ก็จะเห็นข้อมูลแบบละเอียดทั้งหมดที่เราได้บันทึกไว้

7. กด Double Click ที่ Shift เพื่อเปิด caps lock ได้

- จะพิมพ์ภาษาอังกฤษตัวใหญ่ไม่จำเป็นต้องกด Shift ทีละครั้งอีกถัดจากนั้น เข้าไปที่ Settings>General>Keyboard> เปิด Enable Caps Lock ตอนใช้งานแค่กด Shif 2 ครั้งติดกัน ก็สามารถพิมพ์ภาษาอังกฤษตัวใหญ่ทั้งหมดได้

8. แขวนภาพให้ตรงก็ใช้ไอโฟนวัดระดับ

- เปิดแอพฯ Compass ปาดหน้าจอไปทางซ้าย แค่นี้ก็วัดระดับแม่นๆ ได้โลด

9. ปิด in-app purchase หรือไม่ก็การซื้อของในแอพต่างๆ ทั้งหมดภายในปุ่มเดียว

- เรื่องนี้น่าจะมีประโยชน์ด้วยคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกๆที่ได้ไป ติดเกมในโทรศัพท์มือถือ ควรต้องจัดการป้องกันการจ่ายเงินซื้อแอพฯ อื้อซ่าแยะมากมาย

เพราะเข้าไปได้ที่ Setting > General > Restrictions, Enable Restrictions เละบือกไปที่ In-app purchases และกดปิดนั่นเอง

10. ถ่ายรูปช็อตรัวๆ ก็ทำได้
- กดปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้เก่งที่จักถ่ายรูปได้หลายๆ ช็อต เท่าที่ต้องการ

11. มีเครื่องหมาย - ให้เเลื่องลือกหลายขนาดนะ

- กด - ค้างไว้ จักมี - ให้เเอิกเกริกกหลายขนาดตามต้องการ

12. ปุ่มปรับเสียงก็กดถ่ายภาพได้

- ข้อนี้ก็น่าจักมีหลายคนรู้แล้วเหมือนกัน คือกดปุ่มเพิ่ม-ลด เสียง แทนชัตเตอร์ ได้ ถูกใจคนชอบเซลฟี่เลยละสิ....

13. ปุ่มปรับเสียงที่หูฟังก็กดถ่ายภาพได้เช่นกันนะ

- เหมือนข้อ 12 เลย แต่ใช้กับหูฟัง

14. ปรับการเตือนแบบสั่น ได้ตามใจ

- ใน Contact คุณเก่งตั้งเตือนการสั่นแบบต่างๆ ได้ เป็นรายบุคคลเลย เช่น ตราบใดเวลาโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋า คุณจะรอบรู้รู้ได้ทันทีว่าสั่นกี่ครั้งใครเป็นคนส่งข้อความ ใช่ไหมอีเมลมา

15. Airplane Mode ช่วยให้แบตเต็มเร็วขึ้นเป็น 2 เท่า ว้าวววว

- เวลาแบตหมดลองเปิด Airplane Mode ก่อนชาร์ต ช่วยให้แบตเต็มเร็วขึ้นถึง 2 เท่าเลยนะ ไม่เชื่อต้องลอง

ที่มา:http://hitech.sanook.com/1392993/

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> http://thaizones-hitech.blogspot.com/

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ความเชี่ยวชาญอาทิตย์แรกของผมกับ “iPhone 6”

ภายหลังวางขายในไทยเป็นวันแรก จนกระทั่งวันที่ 31 ต.ค.ที่ลอดมา เชื่อว่าเหล่าสาวก  คงไม่พลาด ไปเข้าแถวรอถอยเจ้า iPhone 6 เหรอ iPhone 6 plus มาครอบครองในมือกันเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยครับ?
เรื่องรีวิวรายละเอียดยิบย่อยต่างๆ หลายท่านอาจจะได้อ่าน หรือไม่เสพเปลี่ยนตาจากหลากหลายแหล่งข้อมูลมาแล้วไม่มากก็น้อย แต่เชื่อว่าปัจจุบันนี้ น่าจักยังมีเหล่า แอปเปิ้ลนิยม อีก หลายท่าน ที่กำลังคิดอยู่ว่า
เอ๊ะ! ฉันจะซื้อดีมั้ยหนอ? พร้อมๆกับมองไปยังไอโฟน 4, 4s, 5 หรือ 5s ที่อยู่ในมือปัจจุบันนี้

ส่วนของดีไซน์ด้านหน้าตัวเครื่อง 
ในฐานะที่ผมก็เป็นหนึ่งใน ผู้จงรักภักดี กับแบรนด์นี้มาพอสมควร ล่าสุดก็เพิ่ง ปลดเปลื้องเจ้า 5s ไปจากอ้อมอก เพื่อฉกเจ้า 6 มาแทนที่
ขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้ เผยเล่าเก้าสิบประสบการณ์ที่ใช้ชีวิตอยู่กับ เจ้า iPhone 6 สีทอง 64 GB มาเป็นระยะเวลานานเกือบอาทิตย์เต็มๆ (เหมือนนานมากเนอะ ฮ่าๆ) โดยจะขอใช้ iPhone 5s คนรักเก่าของผม เป็นบรรทัดฐานในการเปรียบเทียบ เผื่อจักช่วยใครที่ยังลังเลอยู่ ตกลงใจได้ว่าสรุปแล้ว ซื้อดีมั้ยว้า?!
- น้ำหนักมากไปป่ะ?
ตามข้อมูลที่แอปเปิ้ลระบุมาว่า 6 จะ หนักกว่า 5s อยู่ 17 กรัม (129 กับ 112 ตามลำดับ) สร้างความคลางแคลงใจแก่สาวกอยู่ไม่น้อย จนหลายๆคน รวมถึงผมเองก็กังวลว่า เห้ย! รุ่นใหม่กว่า ทำไมไม่พัฒนาให้เบาลง น้ำหนักมากกว่าเดิมได้ไงฟระ?
ตัวเครื่องด้านขวา
ตัวเครื่องด้านซ้าย
ปางได้ลองถือดูแล้วมัน ไม่ต่าง คือต้องระบุว่าเจ้า 6 นี่มันไม่ได้หนักอะไรเลย พอลองเทียบกับ 5s แล้ว คนทั่วไปนี่แยกไม่ออกแน่ๆว่า 17 กรัมที่ว่า มันแตกต่างกันยังไง?
สรุปง่ายๆตามความเข้าใจของผมเองนะครับ คือเจ้า 6 เนี่ยมันไม่หนักหรอก เจ้า 5s ต่างถ้าหากที่ออกมาครองโลกก่อน แต่ดันเบาเกิ๊น!
- ดีไซน์ตัวเครื่องใหญ่ไปมั้ย?
ข้อนี้ต้องเรียนตามตรงว่า สัมผัสแรก ณ ที่ร้าน ตอนหยิบขึ้นมานี่รู้สึกเลยว่า ใหญ่จังฟระ! แต่พอได้จับๆ ลูบๆคลำๆ จนเริ่มต้นชิน กลับรู้สึกว่า ยังอยู่ในเกณฑ์ที่มือตัวเองรับไหว(ผมสูง 180 ซม. แต่ขนาดมือ ไม่ถือว่าใหญ่มาก ถ้าเทียบกับผู้ชายที่รูปร่างใกล้เคียงกัน)
ส่วน 6plus ที่วางอยู่ใกล้ๆกัน สัมผัสแรกที่หยิบขึ้นมา ผมนี่.. ถึงกับวางคืนที่เดิมเลยครับ!! ไอ้นี่แหละใหญ่เกินไปของแท้!
นำเครื่อง iPhone4s iPhone5s พร้อมด้วย iPhone6 มาเปรียบเทียบหน้า
นำเครื่อง iPhone 4s iPhone 5s กับ iPhone 6 มาเปรียบเทียบด้านข้าง
นำเครื่อง iPhone4s iPhone5s กับ iPhone6 มาเปรียบเทียบด้านบน
ปุ่ม Home ที่เคยอยู่มุมขวาบน ถูกเปลี่ยนมาอยู่ด้านข้างขวาแทน ซึ่งตรงจุดนี้ผมมองว่าเจ๋งมาก เพราะถ้าผมใช้มือซ้ายจับเครื่อง ตำแหน่งมันจักอยู่ตรงนิ้วชี้(เหรอนิ้วกลางก็ได้)พอดิบพอดี
แต่ถ้าเปลี่ยนมาใช้มือขวา นิ้วโป้งก็พร้อมจักกดได้พอดีเป๊ะเช่นกัน ด้วยกันอีกเหตุผลที่ทูลว่า ใหญ่ในระดับพอรับได้ก็คือ มันยังยัดใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ด้านหน้าได้ ชนิดที่ไม่โผล่หัวแหลมเกินออกมา ให้เสี่ยงหล่นใช่ไหมหายนั่นเองครับ
- หน้าจอเป็นไง?
ดีทีเดียวครับ! ขนาด 4.7 นิ้ว ของ 6 ให้ความรู้สึกการมองที่แตกต่างมากๆจากหน้าจอ 4 นิ้วของ 5s ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ เวลาที่เราดูไฟล์วิดีโอหรือไม่ก็เล่นเกมต่างๆ มันเก็บภาพได้มากขึ้น
ทำให้เราไม่ต้องเพ่งกระบุงโกย จักสร้างแลนด์มาร์ค หรือไม่จะแชทไลน์ รู้สึกได้เลยว่า ฟิน มากขึ้นจริงๆๆครับ คอนเฟิร์ม!
ด้านหน้าตัวเครื่อง
ด้านความละเอียดหน้าจอที่มากขึ้นจาก 1136x640 พิกเซล เป็น 1334x750 พิกเซล พร้อมกับจอรุ่นเก่าจาก Retina display เป็น Retina HD display ประสิทธิภาพดีขึ้นชัดเจนครับ
ส่วนฟังก์ชั่น Reachability ที่เพิ่มเข้ามา ด้วยการแตะที่ปุ่มสแกนนิ้วสองครั้ง เพื่อเลื่อนหน้าจอลงมาให้กดง่ายขึ้น กรณีที่นิ้วแตะไม่ถึงไอคอนแถวบน ก็ช่วยได้บานตะไท ใช้งานได้มีประสิทธิภาพดีเลยทีเดียว
- กล้องชัดมั้ย?
แม้ว่าจำนวนพิกเซลจักยังคงยืนหยัดอยู่ที่กล้องหลัง 8MP ด้วยกันกล้องหน้า 1.2 MP เท่ากัน แต่สิ่งที่พัฒนาขึ้นคือ New Sensor ระบบ Autofocus แบบ Focus Pixel ซึ่งช่วยในการเกลี่ยแสงของภาพให้ดีขึ้น แถมยังเพิ่มขนาดของรูรับแสง
ทำให้ภาพมีความสว่างมากขึ้น พร้อมด้วยมี Noise น้อยลงในกล้องหน้าครับ เซลฟี่กันสนุกกว่าเดิมล่ะงานนี้!
ด้านหลังตัวเครื่อง
ส่วนวิดีโอ ก็มีโหมด Slo-mo แบบ 240 fps เพิ่มขึ้นมา เรียกบ้านๆก็คือ มันถ่ายสโลว์ได้ช้ากว่าเดิมอีก ส่วนโหมด Time-lapse ที่เหมาะเพื่อถ่ายวิดีโอในเวลานานๆ ก็น่าสนใจครับ ถือเป็นลูกเล่นใหม่ของ iOS8 ได้เลย
ลองมาดูตัวอย่างภาพถ่ายกันครับ
- การทำงานของเครื่องเป็นไง?
ด้วยชิป A8 ที่พัฒนาขึ้น ตรงจุดนี้ก็มีข้อแตกต่างที่ดีกว่า A7 อยู่ไม่น้อยครับ จากการทดลองเปิดแอพพลิเคชั่นต่างๆ แม้เครื่องจักทำงานหนัก แต่ก็ดูไหลลื่น ไม่กระตุกติดขัด พร้อมด้วยภาวะ แอพเด้ง ก็ไม่มีให้เห็นเลย
ยังรวมไปถึงการเรียกข้อมูลในเครื่อง, การประมวลผลรูปภาพในบราวเซอร์ขณะท่องเว็บไซต์ก็ให้ความรู้สึกลื่นไหล เรียกง่ายๆแบบบ้านๆก็คือ ดูมัน ฉลาดขึ้นกว่าเดิม นั่นเองครับ เป็นพวกถามปุ๊บตอบปั๊บ ตอบสนองได้ทันที ไม่มีอิดออด แต่ถ้ากรณีคำมั่นณอินเตอร์เน็ทไม่ใช่หรือไวไฟช้าเอง นั่นก็อีกเรื่องนึงนะจ๊ะ!
- แบตเตอรี่อึดขึ้นป่าว?
ถ้าตามข้อมูลที่แอปเปิ้ลแจ้งมา เขาตรัสว่าจักอยู่ได้นานขึ้นกว่า 5s ราว 20% ซึ่งว่าตามตรงก็ถือว่าไม่มากนัก แต่ถ้าเทียบกับไลฟ์สไตล์ของผมกับเจ้ารุ่นเดิม ออกจากบ้านมาทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้า แบตเตอรี่เต็ม 100% เล่นแอพหรือไม่ก็โทรเข้าออกตามปกติ ก็อยู่ได้ยันเลิกงาน 5 โมงเย็นครับ เหเอิกเกริก 20-30%
แต่สำหรับเจ้า 6 นี่ จากการทดลอง ด้วยลักษณะการใช้งานระยะเวลาพอๆกัน ตั้งแต่เช้าอยู่ได้จนถึงก่อนนอน 4-5 ทุ่มก็ยังไหวครับ 20-30% มีเหลือเลื่องแน่ๆ พร้อมทั้งถ้าไม่แตะเลย ให้เสรีภาพทิ้งไว้ทั้งคืน ยันเช้าของวันรุ่งขึ้น แบตก็แทบไม่ลดเลย มากสุดก็แค่ 2-3% เท่านั้นที่หายไป
อย่างไรก็ดี ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนด้วยนะครับ ถ้าเล่นเกมที่ความละเอียดสูงมากๆ หรือว่าใช้งานติดต่อกันเป็นชั่วโมงๆ ไม่ทันถึงเลิกงาน แบตคุณก็หมดอยู่ดีแหละ!
สรุปว่าประสบการณ์ใหม่ของผมกับเจ้า iPhone6 ในระยะเวลาสัปดาห์แรก ถ้าจักถามว่า ใช้ 5s อยู่ สมควรเปลี่ยนใหม่มั้ย?
ในฐานะคนที่เคยใช้ 5s มาก่อนเหมือนกัน ผมเอิ้นได้เลยครับว่า..
ไม่ว่าจะใช้ 5s หรือไม่ก็รุ่นไหนก็ตาม ถ้าจะซื้อ 6 มาใช้ รับรองไม่ผิดหวัง เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ดีกว่าเดิมทุกอย่าง ถ้าจักมีจุดด้อยกว่าก็คงเป็นเรื่องเดียวคือ ความถนัดในการจับถือ นอกนั้นจุดเด่นของ 6 กลบ 5s มิดเลยครับ
ส่วน 6plus ขออนุญาตไม่พูดถึงนะครับ ก็เพราะว่ายังไม่มีประสบการณ์กินนอนอยู่ด้วยกัน แต่ถ้าจักจำกัดความสั้นๆก็น่าจักได้ว่าiPhone6plus ไม่น่าจะใช่ไอโฟนที่เหมาะเพราะด้วยทุกคน
ก็อย่างที่ประภาษตอนต้นล่ะครับ มันใหญ่เกินไปแน่แท้ๆ

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ลมหายใจแผ่วๆที่เริ่มหายไปไป ของ iPhone 4 ในยุค iPhone 6

ลมหายใจแผ่วๆที่โหมโรงหายไป ของ iPhone 4 ในยุค iPhone 6



เข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงไปของ เทคโนโลยีถูกพัฒนาขึ้นไปสู่อีกระดับ การมาของ iPhone 6 สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับสาวกสมาร์ทโฟนแบรนด์ดังอย่าง Apple เป็นอย่างมาก ทั้งลูกเล่น ระบบการทำงาน หรือไม่ฟีเจอร์ใหม่ๆที่เพิ่มขึ้น กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอย



แต่ท่ามกลางความตื่นเต้นครั้งนี้นั้น ยังคงจะมีผู้ใช้สมาร์ทโฟนอีกจำนวนไม่น้อย ที่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ร่วม iPhone รุ่นก่อนๆ จัดอยู่ในพวก สมาร์ทโฟนตกรุ่น พวกเขาเโจษกไม่ทำตามกระแส บางคนก็ยังใช้ iPhone 5 ก็เพราะว่ายังทำหน้าที่ได้ดีพร้อมด้วยไม่ค่อยมีปัญหาให้กลุ้มใจเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ๆ

ด้วยกันบางคนก็ยังใช้คง iPhone 4 แม้ว่าชีวิตจักต้องช้าลงไปตามกาลเวลาที่ใช้งาน สวนทางกับแนวการพัฒนาที่ยิ่งขึ้นของระบบสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ นี่คือชีวิตปัจจุบันของคนที่ยังคงครอบครองมือถือสมาร์ทโฟน iPhone 4 ออริจินัล (ไม่ใช่รุ่น S) ซึ่งย้อนกลับไปตราบใดปี 2010 เคยเป็นปรากฏการณ์ กลายเป็นจุดเกริ่นต้นของโซเชียลมีเดียชื่อดังต่างๆ ในยุคปัจจุบัน

ด้วยว่าคนที่ใช้ iPhone 4 อยู่ในวันนี้ แม้ว่าเรื่องรูปร่างลักษณะจะสั้นกว่า iPhone 5 หรือไม่ผอมเพรียวเหมือน iPhone 6 แต่ iPhone 4 ก็ยังคงทำหน้าที่เป็นมือถือสมาร์ทโฟนได้คงทน ภายหลัง 4 ปีของการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่

ณ ในเวลานี้ผู้ใช้ iPhone 4 เเอิกเกริกกที่จักหยุดการอัพเดทระบบปฏิบัติการ iOS รุ่นใหม่ เพราะด้วยสัญชาตญาณที่รู้ถึงขีดจำกัดกับอายุการใช้งานของโทรศัพท์ตัวเอง ทำให้ iOS 6 คือระบบปฏิบัติการหลักที่คนยังใช้ iPhone 4 ยังเเลื่องลือกใช้อยู่ หากใครพลาดอัพเดทใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 7 ไปแล้ว คงทำได้แค่ต้อง...ทำใจ

หนึ่งในปัญหาหลักของ iPhone 4 ในปัจจุบัน คงหนีไม่พ้นเรื่องระบบการทำงานที่ช้าลง ดังที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามระยะการใช้งาน กับขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา เท่าที่ฟีเจอร์หรือไม่แอปพลิเคชั่นต่างๆ ในยุคที่เลือกระฉ่อนกจะรองรับสมาร์ทโฟนรุ่นปัจจุบันมากกว่า ทำให้ต้องใช้ระบบความจำที่เพิ่มมากขึ้น ย่อมส่งผลต่อระบบการทำงานของเครื่อง iPhone 4

หลายคนก็เคยเกิดปัญหานี้ เปิดระบบกล้องกล้องถ่ายรูปได้เชื่องช้า ไม่ทันสถานการณ์ กดดูภาพจากแกลอรี่ต้องรอนานเกินไป หน้าจอค้างตอนจักถ่ายภาพ ไม่ก็ กดชัตเตอร์ถ่ายภาพแล้วเด้งหลุด นี่เป็นปัญหายิบย่อยที่อยู่คู่กับคนใช้ iPhone 4

บางครั้งเครื่องโทรศัพท์ก็ริเริ่มแสดงอาการเบลอๆ กดรับสายโทรเข้าอย่างไม่ลื่นไหล มีปัญหาหน้าจอค้างบ่อยๆ ซึ่งที่แท้ก็ก็เพราะว่าความช้าของเครื่องเท่านั้น (จากกรณีตัวอย่างดังกล่าวนี้หมายถึง iPhone 4 ที่ทะลวงการใช้งานมาแล้วสัก 2-3 ปี)



ถึงคราวนี้จักพบข้อเสียท่วมท้นแยะ แต่เจ้า iPhone 4 ก็ยังทำหน้าที่เป็นสมาร์ทโฟนได้ดีอยู่ในระดับหนึ่ง แม้ว่าคุณค่ากับสนนราคาจักลดลงโขไปตามกาลเวลา จากในอดีตเคยโหมโรงด้วยสนนราคามือถือที่หวือหวาราวๆ 24,xxx บาท แต่ปัจจุบัน iPhone 4 อาจจะมีราคารับซื้อแค่ไม่ถึง 4,xxx บาท ด้วยซ้ำไป

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตผู้ใช้ที่ยังใช้สมาร์ทโฟนรุ่นก่อน อาจจักต้องปรับเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟนรุ่นปัจจุบันพร้อมทั้งเข้ากับยุคระยะเวลา ก็เพราะว่าสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ถูกพัฒนาเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าเทคโนโลยีจักเป็นแค่วัตถุ มีจุดเริ่มต้นพร้อมด้วยจุดสิ้นสุด เมื่อทุกอย่างหยุดนิ่ง ไม่มีการพัฒนาต่อ ก็ถึงเวลาที่ผู้ใช้ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะว่าเทคโนโลยีกำลังนำหน้าเราอยู่ ทั้งที่เราควรจะนำทางให้เทคโนโลยีมากกว่า...?

ที่มา:http://hitech.sanook.com/1392655

ติดตามข่าวไอโฟน ไอโฟน 6 ไม่ใช่หรือข่าวไอทีอื่นๆ ได้ที่ : http://thaizones-hitech.blogspot.com/

วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Apple ข่าวสารในปี 2015 นักพัฒนาควรทำแอพฯ ที่รองรับ 64 บิตเท่านั้น

border=0

อีกไม่นานต่อจากนั้นนี้ แอพทุกแอพจะต้องรอบรู้รองรับการแสดงผล 64 บิตได้ทั้งหมด ทาง Apple ประกาศให้เริ่มต้นขึ้นภายในปีหน้า เพื่อให้เทคโนโลยี 64 บิทเข้าสู่รูปแบบการตลาดอย่างเต็มตัว
กระแส 64 บิต กำลังร้อนระอุขึ้น หลังจากทางฝั่ง Android ได้มีการบุกเบิกโหมโรงมือถือที่รองรับการแสดงผล 64 บิตบ้าง ที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พร้อมทั้งการมาของ lollipop อีก พร้อมทั้งแน่นอนว่าทางฝั่ง Apple ที่เป็นเจ้าแรกที่ริเริ่มเทคโนโลยี้นี้จึงไม่นิ่งเฉย ออกมาประกาศให้นักพัฒนาแอพฯใน iOS จะต้องทำแอพฯ ที่รองรับ 64 บิตต้องได้ทุกตัว กับจะต้องใช้ iOS 8 SDK ที่ใช้โปรแกรม Xcode 6 ขึ้นไป ภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2015 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดเป็นประสิทธิภาพของการใช้เทคโนโลยี 64 บิต ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนคำสั่งดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อบรรดาพวกแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่บน App Store เดิม ก็เพราะว่า Apple ไม่มีแผนถอดแอพที่เป็น 32 บิทเดิมออกไป แต่ถัดจากนั้นนักพัฒนาต้องทำตามกฏที่ว่า และ ถ้าแอพฯใดไม่ปฏิบัติตามนั้น ก็จะถูก Remove ออกทันที

เหตุด้วยใครที่ยังใช้ iPhone 5s ลงไปที่ไม่รองรับ การแสดงผล 64 บิต อาจได้รับผลกระทบแน่นอน แต่กว่าจักเป็น 64 บิตทุกแอพฯ นั้น ยังต้องใช้เวลาอีกนาน


ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>>  http://thaizones-hitech.blogspot.com/ 

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ระแวดระวัง!! สีกางเกงยีนส์ตกใส่ iPhone 6 (ถูไม่ออก)

เจออีกหนึ่งปัญหาจนถึงสีกางเกงยีนส์ตกใส่ iPhone 6 จนเอาไม่ออก ดูเหมือนว่า Apple ยังเจอข่าวฉาวไม่หยุดเกี่ยวกับเครื่อง iPhone 6 กับ iPhone 6 Plus ก็เพราะว่าล่าสุดนั้นงานเข้าอีกแล้ว!!
เพราะว่าเว็บไซต์ BGR ได้รายงานว่ามีผู้ใช้งาน iPhone 6 สีทอง รายหนึ่งเกิดประสบปัญหาเกี่ยวกับสีของกางเกงยีนส์ที่ตกใส่เครื่อง iPhone บริเวณแถบสีขาวด้านหลังและที่ร้ายกว่านั้นคือมันเช็ดไม่ออกนั้นเอง
งานนี้ทำเอาแฟนแอปเปิ้ลถึงกับคิดมากเลยทีเดียว แม้เรื่องปัญหาของสีตกใส่นั้นจักไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะว่าสมาร์ทโฟนสีขาวของยี่ห้ออื่นๆ ก็สามรถเกิดขึ้นได้เช่นกัน แต่บังเอิญข่าวนี้เกิดจากกรณีของ Apple เลยทำให้กลายเป็นข่าวใหญ่ได้เสมอ
และเวลานี้นั้นทาง Apple เองก็ยังไม่มีการออกยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ยังไง สมมติว่ามาการอัพเดทอะไรเพิ่มเติมทางหมู่งาน Sanook! Hitech จักรีบนำมาอัพเดทนะครับ ไม่รู้เหมือนกันกรณีแบบนี้จะอาจจักนำเครื่องไปเคลมได้เหรอไม่

วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ถ้าชาร์จไฟบ้าน iPhone 6 พร้อมด้วย iPhone 6 Plus จะมีค่าไฟต่อปีเท่าไร? ไปดูกัน

ถ้าชาร์จไฟบ้าน iPhone 6 พร้อมทั้ง iPhone 6 Plus จะมีค่าไฟต่อปีเท่าไร? ไปดูกัน
ถึงแม้ iPhone 6 พร้อมกับ iPhone 6 Plus จักมีค่าตอบแทนที่แพงระยับ แต่กล่าวได้เลยว่าค่าไฟที่มันกินต่อปีนั้นน้อยมากๆเลยครับ ซึ่งได้มีการเปิดปริปากจาก Opower ที่เค้าได้ลองชิงชัยพร้อมทั้งสรุปผลค่าเฉลี่ยออกมาว่า iPhone 6 ด้วยกัน iPhone 6 Plus ถ้าใช้งานและเสียบชาร์จตามปกติแล้วนั้นต่อปี iPhone 6 จักกินไฟอยู่ที่ 3.8 kWh พร้อมด้วย iPhone 6 Plus จะกินไฟอยู่ที่ 4.2 kWh

ถ้าชาร์จไฟบ้าน iPhone 6 และ iPhone 6 Plus จะมีค่าไฟต่อปีเท่าไร

ซึ่งจากเรทดังกล่าวจากคำนวนสร้างผ่านมูลค่าค่าไฟในประเทศไทยที่ kWh หรือว่าหน่วยละ 1.8 บาท iPhone 6 พร้อมด้วย iPhone 6 Plus จะมีสนนราคาค่าไฟตกปีละ 6.84 บาท กับ 7.56 บาทเท่านั้นเอง นับว่าถูกมากๆเลยละ ซึ่งจนถึงเปรียบเทียบกับโน้ตบุ๊คเท่ากับว่า iPhone 6 ประหยัดไฟกว่าถึง 14 เท่า พร้อมด้วยประหยัดกว่า 49 เท่าครับผม ที่บอกได้เลยว่า iPhone 6 ถึงแม้จักแพงแต่ค่าไฟถูกมากๆเลยละ ซึ่งก็น่าจะคล้ายๆกับสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่นๆที่น่าจะประหยัดเหมือนๆกันครับ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> http://thaizones-hitech.blogspot.com

วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เมื่อไอโฟนรุ่นใหม่จะใช้สาย Lightning (มาตรฐานใหม่)

เมื่อไอโฟนรุ่นใหม่จะใช้สาย Lightning (มาตรฐานใหม่)
          ดูเหมือนช่วงนี้กระแสข่าวหลุดของ iPhone 6 จะมีออกมาให้เราได้อัพเดทกันทุกวัน ล่าสุดนั้นได้ทางเว็บไซต์ www.cultofmac.com ได้นำเสนอข่าวของ Lightning รุ่นใหม่ที่จะมีการพัฒนาให้หัวเสียบของฝั่ง USB สามารถใช้งานได้แบบเดียวกับฝั่งของพอร์ท USB Lightning ที่สามารถเสียบได้ทั้งสองด้านตัดปัญหาการเสียบด้านผิดไม่ว่าผู้ใช้จะคว่ำหรือหงายนั้นเอง
สาย
เรียกได้ว่าหากข่าวที่ออกมาเป็นความจริง คงถูกใจหลายๆ คนแน่นอนเพราะไม่ต้องมานั่งดูตอนเสียบว่าจะเข้าหรือไม่เข้า และเชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยเสียบมันย้ำๆ ไปมากว่ากว่า 2 ครั้งแน่นอน
สาย
แต่หากมองกลับกันสาย Lightning ที่กำลังจะออกมาใหม่นั้นอาจจะยังไม่จำเป็นสำหรับบางคน เพราะหากพูดกันจริงๆ แล้วเรื่องที่เป็นประเด็นหลักและปัญหาคือ อายุการใช้งานของสายที่แสนสั้นย้ำอีกครั้งมันสั้นจริงๆ
สาย
เพราะฉนั้น Apple ควรหันมาให้ความสำคัญกับส่วนนี้มากกว่า เพราะราคาสายที่ต้องซื้อมาเปลี่ยนก็ไม่ใช่ถูกๆ
Source - www.cultofmac.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

รอเปิดตัวไม่ไหว คลิปแกะกล่อง iPhone 6 เครื่อง Clone มาแล้ว

รอเปิดตัวไม่ไหว คลิปแกะกล่อง iPhone 6 เครื่อง Clone มาแล้ว!
          ในขณะที่ สาวกแอปเปิล ต่างใจจดใจจ่อ กับวันที่ 9 กันยายนนี้ ซึ่งถูกนัดหมายให้เป็นวันเปิดตัว iPhone 6 ตามที่ทีมงาน techmoblog เคยรายงานไปแล้วนั้น ล่าสุด ได้มีการเผยคลิปวีดีโอ แกะกล่อง iPhone 6 เครื่อง Clone ออกมาแล้วครับ เรียกได้ว่า รอเครื่องจริงเปิดตัวไม่ไหว ขอชิงรีวิวก่อนแล้วกัน
          สำหรับ iPhone 6 เครื่อง Clone ตามคลิปวีดีโอนี้ เหมือนกับ iPhone 6 เครื่อง mock up ที่เคยมีภาพหลุดมาก่อนหน้านั้นทุกประการครับ แม้ว่าจะเป็นเพียง iPhone 6 Clone แต่ก็ได้รับความสนใจอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งดูเผินๆ เหมือนจะเป็น iOS 8 แต่จริงๆ แล้ว ระบบปฏิบัติการที่ใช้เป็น Android 4.4.2 KitKat ครับ
          โดยสเปคของ iPhone 6 Clone เครื่องนี้ มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 960 x 540 พิกเซล, กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล และกล้องด้านหลัง 13 ล้านพิกเซล แต่เนื่องจากเป็นเครื่อง Clone จะให้ลื่นเหมือนกับ iPhone จริงๆ คงจะเป็นไปไม่ได้ สังเกตได้จากในคลิปวีดีโอครับ จะมีอาการหน่วงๆ บ้างเล็กน้อย
iPhone 6 ตัวจริงยังไม่มา ดูฝาแฝดอย่าง iPhone 6 Clone ไปก่อนนะครับ - youtube.com
สนับสนุนเนื้อหา: www.techmoblog.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

งาน WWDC ปีนี้ ยังไม่มีการเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ใหม่ [ข่าวลือ]

งาน  ปีนี้ ยังไม่มีการเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ใหม่[ข่าวลือ]
          เหลือเวลาอีกไม่กี่สัปดาห์ ก็จะถึงงาน WWDC 2014 จากแอปเปิล ซึ่งถือว่า เป็นอีกหนึ่งงานที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากจะมีการเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในงานนี้อย่างมากมายทีเดียว แต่ล่าสุด ทาง Re/code ได้เผยว่า งาน WWDC ปีนี้ จะเน้นซอฟท์แวร์มากกว่า ฮาร์ดแวร์ ฉะนั้น มีความเป็นไปได้ที่ แอปเปิล จะยังไม่เปิดตัว ผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายในงานครับ
          โดยซอฟท์แวร์ที่จะเปิดตัวในงานนี้อย่างแน่นอน ก็คือ OS X 10.10 ซึ่งเป็นเวอร์ชันต่อยอดของ Maverick และจะต้องมาลุ้นกันต่อว่า แอปเปิล จะเรียกเวอร์ชันนี้ว่าอะไร ส่วนอีกอันก็คือ iOS 8 นั่นเอง ซึ่งคาดว่า น่าจะมีการเปิดตัว แอพพลิเคชั่น Healthbook ด้วย เพื่อเชื่อมโยงกับอุปกรณ์สวมใส่อย่าง iWatch ที่แว่วๆ ว่า จะเปิดตัวเร็วๆ นี้เช่นกัน
รายละเอียดเพิ่มเติม : digitaltrends.com
สนับสนุนเนื้อหา: www.techmoblog.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>>thaizones-hitech.blogspot.com