วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เตือนภัย SMS มัลแวร์ระบาดบนแอนดรอยด์-แฝงขโมยรหัสลับ

 ระบาดมือถือแอนดรอยด์-จ้องขโมยรหัสลับ
          ไทยเซิร์ตเตือนภัยมัลแวร์ระบาดผ่านทาง SMS ส่งหลอกให้กดลิงก์ มุ่งโจมตีผู้ใช้แอนดรอยด์ในไทยโดยเฉพาะ เมื่อติดแล้วจะถูกใช้เครื่องเป็นฐานส่ง SMS ต่อไปให้ผู้อื่นอีก ผู้เชี่ยวชาญคาดอาจมีเหยื่อติดแล้วหลายหมื่นราย เชื่อเป้าหมายคือขโมยรหัสลับธนาคาร
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. ออกประกาศเตือนภัยซอฟต์แวร์มุ่งร้าย หรือมัลแวร์ ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างมากบนโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในประเทศไทย โดยซอฟต์แวร์ร้ายดังกล่าวจะส่งข้อความสั้นหรือ SMS เข้ามาในโทรศัพท์มือถือ หลอกให้ติดตั้งแอพ หากใครหลงกลแล้ว มือถือนั้นก็จะถูกใช้เป็นเครื่องมือส่ง SMS แพร่มัลแวร์ไปให้ผู้อื่นต่อไป โดยคาดว่าในช่วงประมาณกว่า 10 วันที่ผ่านมา มีผู้ได้รับผลกระทบแล้วนับแสนราย 

สำหรับลักษณะของข้อความ SMS ที่มีอันตรายดังกล่าวจะถูกส่งมาจากคนรู้จักหรือไม่รู้จักก็ได้ ขึ้นต้นข้อความระบุชื่อผู้รับอย่างชัดเจน พร้อมด้วยข้อความหลอกลวง เช่น “แจ้งให้ทราบการจัดส่งของคุณ” หรือ “รับทราบในการดำเนินคดีของคุณ” ชักจูงให้กดลิงก์ที่แนบมาด้วย เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ต ไปดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บไซต์ Dropbox.com ซึ่งไฟล์ดังกล่าวตั้งชื่อเป็นภาษาไทย เช่น “แจ้ง.apk” หรือ “รับทราบ.apk” แต่ภายในเป็นซอฟต์แวร์มุ่งร้าย หากผู้ใช้แอนดรอยด์กดอนุญาตใช้งาน มันจะแฝงตัวเข้าสู่ระบบทันที และเริ่มดำเนินการใช้มือถือเครื่องนั้นเป็นฐานในการส่งต่อไวรัสไปเป็นวงกว้าง โดยชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ถูกสั่งการส่งมาจากภายนอก ส่วนผู้ใช้ระบบ iPhone นั้น แม้จะได้รับ SMS เช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด 

ทั้งนี้ ในเว็บไซต์ไทยเซิร์ตได้ระบุถึงวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจน สามารถเข้าดูได้จาก http://www.thaicert.or.th/alerts/user/2014/al2014us017.html และขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามประสานงานป้องกัน แจ้งระงับลิงก์ที่เป็นมัลแวร์ และสอบสวนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

นายปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ กล่าวว่า ขอให้ผู้ที่ได้รับข้อความดังกล่าวไม่ตื่นตระหนก เพราะจะยังไม่ได้รับผลใด ๆ จนกว่าจะมีการดาวน์โหลดไฟล์ดังกล่าวมาและเปิดใช้งานในเครื่องและกดยอมรับอนุญาตการเข้าถึงสำหรับโปรแกรมนั้น

ส่วนผู้ที่เผลอไปเปิดใช้งานมัลแวร์นี้แล้ว ความเสียหายแรกคือ ค่าใช้จ่ายจากการถูกลักลอบใช้เครื่องมือถือนั้นส่งข้อความ SMS ออกไป ขณะที่ความเสี่ยงคือการถูกขโมยข้อมูลต่างๆ ทั้งสมุดโทรศัพท์ และข้อมูลการทำธุรกรรม โดยคาดว่าเป้าหมายอยู่ที่การแฝงตัวเพื่อให้ล่วงรู้รหัสลับหรือ OTP ที่ธนาคารหรือบัตรเครดิตจะส่งเข้ามาให้ในมือถือเพื่อยืนยันการทำธุรกรรม โดยอาจจะมีการเข้าไปดักเก็บข้อมูลการทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านเว็บ หรือแอพพลิเคชั่น ควบคู่ไปด้วย

“จากการติดตามพฤติกรรม สันนิษฐานว่านี่เป็นการกระทำของกลุ่มอาชญากรรม ที่วางแผนมาอย่างสลับซับซ้อน และสร้างลิงก์ใหม่ขึ้นมาตลอด เมื่อตรวจสอบสถิติจากลิงก์ที่เป็นมัลแวร์ดังกล่าว มีผู้กดโหลดไปแล้วหลายหมื่นราย และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยในจำนวนนั้นเป็นผู้ใช้แอนดรอยด์และไอโฟนเป็นส่วนใหญ่ จึงเป็นที่น่าตกใจว่าน่าจะมีผู้ใช้แอนดรอยด์ตกเป็นเหยื่อแล้วหลายหมื่นคนภายในช่วงเวลาไม่กี่วัน” นายปริญญากล่าว

ทั้งนี้ รายงานสถิติจากเว็บไซต์ Goo.gl เมื่อเวลา 06.00 น.วันนี้ พบว่าลิงก์หนึ่งที่นำไปสู่มัลแวร์ดังกล่าว เพิ่งสร้างขึ้นมาวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ใช้เวลา 3 วัน แพร่กระจายจนถูกคลิกไปแล้วกว่า 32,000 ครั้ง แบ่งเป็นการคลิกจากมือถือแอนดรอยด์ 14,871 ครั้ง ไอโฟน 14,693 ครั้ง รองลงไปคือระบบวินโดวส์ 1,703 ครั้ง


ที่มา สำนักข่าวไทย
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เมื่อไอโฟนรุ่นใหม่จะใช้สาย Lightning (มาตรฐานใหม่)

เมื่อไอโฟนรุ่นใหม่จะใช้สาย Lightning (มาตรฐานใหม่)
          ดูเหมือนช่วงนี้กระแสข่าวหลุดของ iPhone 6 จะมีออกมาให้เราได้อัพเดทกันทุกวัน ล่าสุดนั้นได้ทางเว็บไซต์ www.cultofmac.com ได้นำเสนอข่าวของ Lightning รุ่นใหม่ที่จะมีการพัฒนาให้หัวเสียบของฝั่ง USB สามารถใช้งานได้แบบเดียวกับฝั่งของพอร์ท USB Lightning ที่สามารถเสียบได้ทั้งสองด้านตัดปัญหาการเสียบด้านผิดไม่ว่าผู้ใช้จะคว่ำหรือหงายนั้นเอง
สาย
เรียกได้ว่าหากข่าวที่ออกมาเป็นความจริง คงถูกใจหลายๆ คนแน่นอนเพราะไม่ต้องมานั่งดูตอนเสียบว่าจะเข้าหรือไม่เข้า และเชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยเสียบมันย้ำๆ ไปมากว่ากว่า 2 ครั้งแน่นอน
สาย
แต่หากมองกลับกันสาย Lightning ที่กำลังจะออกมาใหม่นั้นอาจจะยังไม่จำเป็นสำหรับบางคน เพราะหากพูดกันจริงๆ แล้วเรื่องที่เป็นประเด็นหลักและปัญหาคือ อายุการใช้งานของสายที่แสนสั้นย้ำอีกครั้งมันสั้นจริงๆ
สาย
เพราะฉนั้น Apple ควรหันมาให้ความสำคัญกับส่วนนี้มากกว่า เพราะราคาสายที่ต้องซื้อมาเปลี่ยนก็ไม่ใช่ถูกๆ
Source - www.cultofmac.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

รอเปิดตัวไม่ไหว คลิปแกะกล่อง iPhone 6 เครื่อง Clone มาแล้ว

รอเปิดตัวไม่ไหว คลิปแกะกล่อง iPhone 6 เครื่อง Clone มาแล้ว!
          ในขณะที่ สาวกแอปเปิล ต่างใจจดใจจ่อ กับวันที่ 9 กันยายนนี้ ซึ่งถูกนัดหมายให้เป็นวันเปิดตัว iPhone 6 ตามที่ทีมงาน techmoblog เคยรายงานไปแล้วนั้น ล่าสุด ได้มีการเผยคลิปวีดีโอ แกะกล่อง iPhone 6 เครื่อง Clone ออกมาแล้วครับ เรียกได้ว่า รอเครื่องจริงเปิดตัวไม่ไหว ขอชิงรีวิวก่อนแล้วกัน
          สำหรับ iPhone 6 เครื่อง Clone ตามคลิปวีดีโอนี้ เหมือนกับ iPhone 6 เครื่อง mock up ที่เคยมีภาพหลุดมาก่อนหน้านั้นทุกประการครับ แม้ว่าจะเป็นเพียง iPhone 6 Clone แต่ก็ได้รับความสนใจอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งดูเผินๆ เหมือนจะเป็น iOS 8 แต่จริงๆ แล้ว ระบบปฏิบัติการที่ใช้เป็น Android 4.4.2 KitKat ครับ
          โดยสเปคของ iPhone 6 Clone เครื่องนี้ มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 960 x 540 พิกเซล, กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล และกล้องด้านหลัง 13 ล้านพิกเซล แต่เนื่องจากเป็นเครื่อง Clone จะให้ลื่นเหมือนกับ iPhone จริงๆ คงจะเป็นไปไม่ได้ สังเกตได้จากในคลิปวีดีโอครับ จะมีอาการหน่วงๆ บ้างเล็กน้อย
iPhone 6 ตัวจริงยังไม่มา ดูฝาแฝดอย่าง iPhone 6 Clone ไปก่อนนะครับ - youtube.com
สนับสนุนเนื้อหา: www.techmoblog.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

แหล่งหาอะไหล่โน๊ตบุ๊คถูกเงินและถูกใจสำหรับมือใหม่

แหล่งหาอะไหล่โน๊ตบุ๊คถูกเงินและถูกใจสำหรับมือใหม่อยากเล่นโน๊ตบุ๊คมือสอง
แม้ว่าเวลานี้โน๊ตบุ๊คที่เราเห็นกันอยู่เกลื่อนกลาดในท้องตลาดจะมีราคาที่ไม่สูงเกินไปนัก บางรุ่นราคาไม่ถึงหมื่นบาทด้วยซ้ำ คุณภาพก็ไม่ได้ขี้เหร่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลายคนก็ยังเลือกที่จะใช้โน๊ตบุ๊คมือสองหรือซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่บางชิ้น ดีกว่าจะซื้อเครื่องใหม่ เหตุผลหนึ่งก็เพราะเครื่องที่ซื้อมานั้นค่อนข้างแพง ซ่อมถูกกว่าซื้อใหม่ ยังใช้งานได้ดีอยู่ยังไม่อยากเปลี่ยนและเหตุผลอื่นๆ อีกมากมาย
จึงไม่น่าแปลกใจที่มีร้านซ่อมโน๊ตบุ๊คให้เราเห็นอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นตามห้างไอที แต่ในห้างสรรพสินค้า หน้าร้านตามข้างถนนหรือแม้ว่าจะเป็นตามตลาดนัดขนาดใหญ่ ก็ยังมีร้านเหล่านี้ให้เราเห็นอยู่กันจนชินตา แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าอยากจะลองซ่อมโน๊ตบุ๊คบ้างหรืออยากมองหาชิ้นส่วนที่จะนำมาซ่อมหรือเปลี่ยนให้กับโน๊ตบุ๊คมือสองที่คุณมีอยู่จะหาได้จากที่ใดบ้าง
ของมือสอง ต้องแหล่งไอที : อยากได้ของดีก็ต้องไปที่แหล่งขาย แต่ก็คงไม่ต้องดูที่ไหนไกล ห้างไอทีใกล้บ้าน ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น ไอทีมอลล์ พันธุ์ทิพย์ ไอทีแกรนด์หรือในโซนของห้างหลายที่ ก็จะมีร้านขายอุปกรณ์โน๊ตบุ๊คมือสองพวกนี้อยู่ แต่ก็แนะนำว่าควรจะตรวจสอบเรื่องการรับประกัน สภาพและดูให้ตรงรุ่น เพราะบางทีของใกล้เคียงกัน แต่อาจจะใช้งานร่วมกันไม่ได้และอาจจะต้องใช้เวลาเดินดูให้ทั่วๆ เพื่อเช็คราคาตามร้าน ยิ่งเป็นของมือสอง ยิ่งต้องละเอียดมากขึ้น เพราะราคาบางทีขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและการตกลงระหว่างเรากับพ่อค้านั่นเอง ตาดีได้ (ของดี) ตาร้าย ก็อาจจะได้ของแพงเป็นต้น
หาซื้อ สั่งซื้อออนไลน์ตามเว็บบอร์ด : แบบนี้หาซื้อได้สะดวกกว่า ไม่ต้องออกไปเดินหาให้เมื่อย แค่คลิกเข้าไปตามเว็บบอร์ดของเว็บไอทีต่างๆ ที่เราคุ้นเคยกันดี แล้วคลิกเลือกดูอุปกรณ์หรือโน๊ตบุ๊คมือสองที่เรามองหา แต่ข้อเสียก็คือ ไม่ได้เห็นของจริง ไม่รู้สภาพจริง ก็คงต้องเลือกดูคนที่มีฟีดแบ๊คที่ดีมีความน่าเชื่อถือ ดูได้จากคอมเมนต์ที่ต่อมาด้านล่างนั่นเอง สิ่งที่ควรต้องระวังคือ ควรจะต้องถามเรื่องประกันและการจัดส่ง ไม่ควรโอนเงินไปก่อน หากยังไม่แน่ใจ ซื้อทีละน้อยๆ ชิ้น จะซื้อล็อตใหญ่หลายชิ้น ก็ควรนัดเจอหรือให้มั่นใจเสียก่อน
ของมือหนึ่งต้องมุ่งไปที่ร้านอุปกรณ์โดยเฉพาะ ตามห้างไอที : แต่หากต้องการได้ชิ้นส่วนที่เป็นมือหนึ่งเลย ก็มีทางเลือกที่ง่าย ไม่ต้องไปแจ้งสั่งซื้อกับผู้ผลิตก็ได้ เพราะในห้างไอทีหลายแห่งมีร้านขายอุปกรณ์ชิ้นส่วนมือหนึ่งโน๊ตบุ๊คขายเหมือนกัน ตั้งแต่หน้าจอ คีย์บอร์ด ลำโพง เมนบอร์ดและบรรดาชิปต่างๆ จำหน่ายพร้อม อย่างเช่นในห้างพันธุ์ทิพย์ชั้นล่างสุด ก็มีให้เลือกทั้งชิ้นส่วนและเครื่องมือในการซ่อมครบครันหรือจะเป็นที่เซียร์รังสิต แต่ก็คงต้องดูให้มั่นใจว่าชิ้นส่วนที่ต้องการคือชิ้นใด ยิ่งมีตัวเลขระบุก็จะง่ายขึ้น เป็นแบบที่ให้คุณซื้อหาได้อย่างมั่นใจ
ตาดีได้ตาร้ายเสียตามตลาดนัดหรือแบกับดิน : แบบสุดท้ายดูจะเหมาะกับชาวฮาร์ดคอร์ไอที เพราะเป็นการหาของในตลาดที่เรียกว่ายากพอสมควร แต่มีโอกาสได้ของดีราคาถูก ขึ้นอยู่กับความชำนาญบวกโชค โดยแหล่งของพวกนี้จะอยู่ตามตลาดนัดที่คุ้นตากันดี อย่างเช่น ตลาดนัดทั้งกลางวันและกลางคืน อย่างเช่น แถวคลองถม ถนนสุขาภิบาล รามคำแหงและอีกหลายแห่งที่มักจะมีอุปกรณ์ไอทีจากทั้งคนขายโดยตรงและเป็นพ่อค้าตัวจริงที่รับสินค้าเหล่านี้มาปล่อยด้วยตัวเอง หากเราทำการบ้านไปดี เดินถูกที่ถูกตำแหน่ง ก็มีโอกาสได้ของถูกใจ มาซ่อมโน๊ตบุ๊คเราได้ในราคาไม่กี่บาท แถมยังได้ของราคาถูกอีกด้วย
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เมาส์เป็นยางเหนียวเหมือนละลาย จะแก้ไขได้อย่างไร

เมาส์เป็นยางเหนียวเหมือนละลาย จะแก้ไขได้อย่างไร
อาการของเมาส์ที่เหนียวและเกิดการละลายของผิวหน้าหรือสัมผัสในส่วนต่างๆ เกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเมาส์ที่มีราคาถูกหรือแพงก็ตาม เพราะนอกจากจะขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาผลิตเป็นบอดี้ของเมาส์แล้ว การจัดเก็บและการสัมผัสในการใช้งาน เหงื่อที่ทำมาปฏิกิริยากับเมาส์ก็ส่งผลทำให้เกิดอาการเมาส์เหนียวและละลายได้เช่นกัน
การแก้ไขพอที่จะทำได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกลับมาเหมือนเดิม ได้เพียงแต่บรรเทาอาการเหล่านั้นลง และนำกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ถึงแม้จะไม่ได้สวยงามเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ส่งผลต่อการใช้งาน
สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ การเลือกนำยาทำความสะอาดให้เหมาะสม ควรจะมีส่วนผสมของน้ำยาทำความสะอาดได้ในระดับหนึ่งและมีส่วนของการดูแลพื้นผิวไปด้วยในตัวอย่าง ลาโนลีนหรืออื่นๆ ที่ใกล้เคียง เพื่อที่จะให้พื้นผิวที่เหนียวกลับมาเรียบเนียนได้มากที่สุด
งดการใช้น้ำยาที่อาจมีผลในการทำละลายพลาสติกหรือชุดสี อย่างเช่น น้ำยาล้างเล็บหรือน้ำมันบางชนิด ที่จะทำให้พื้นผิวเสียไปมากกว่าเดิม
วิธีการเช็ดก็ใช้ผ้าแบบไม่มีขนชุบน้ำยา แล้วเช็ดไปตามพื้นผิวที่เสียหาย ซึ่งจะทำให้คราวเหนียวเหล่านั้นหายไปบ้าง แต่เป็นการเคลือบลงไปด้วย ซึ่งอาจจะไม่ได้ทำให้เมาส์กลับมาผิวเหมือนเดิม แต่ก็จับถือใช้งานได้แบบสะดวกใจเหมือนเดิม
แต่สิ่งสำคัญก็คือการจัดเก็บเมาส์ให้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ดีเท่าที่จะทำได้ อย่างเช่น ไม่ใส่ไว้ในกระเป๋าร่วมกับอุปกรณ์ที่มีโอกาสขูดขีดกับเมาส์หรืออยู่ในสภาวะที่มีอุณหภูมิสูงเกินไป ซึ่งก็จะส่งผลเสียต่อวัสดุของเมาส์หลายรุ่นโดยตรง รวมไปถึงต้องระวังบรรดาน้ำยาหรือสารเคมีต่างๆ ที่มีสารละลายที่อาจส่งผลกระทบต่อเมาส์ได้อีกด้วย
แต่บางครั้งด้วยระยะเวลาหรืออายุของอุปกรณ์ในแต่ละตัวก็จะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุที่นำมาผลิต ก็มีส่วนสำคัญ แม้จะดูแลอย่างดีแล้วก็ตาม ก็อาจจะยังเกิดอาการเหนียวๆ บนเมาส์ที่เราใช้ได้เช่นกัน
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

มือถือ“แอนดรอยด์“เสี่ยงมากถ้าถ่ายภาพโป๊ เพราะสามารถกู้ไฟล์คืนมาได้

อันตราย! ผู้เชี่ยวชาญเผย แอนดรอยด์เสี่ยงมากถ้าถ่ายภาพโป๊ เพราะสามารถกู้ไฟล์คืนมาได้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท Avast ซึ่งเป็นบริษัทด้านป้องกันความเสี่ยงภัยทางคอมพิวเตอร์ภัย เปิดเผยว่า การถ่ายภาพโป๊ หรือภาพเซลฟี่เปลือยอวดตัวเองของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ อาจถือเป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะจริงๆ ภาพเหล่านี้ไม่สามารถลบให้หายไปจากมือถือได้
บริษัทนี้เผยว่า บริษัทได้ทำการตรวจสอบด้วยการนำโทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์ที่ซื้อจากเว็บไซต์อีเบย์ เพื่อตรวจสอบว่า ข้อมูลในมือถือประเภทนี้จะถูกลบได้อย่างถาวรหรือไม่ ผลปรากฎว่า บริษัทสามารถกู้ภาพจำนวน 4 หมื่นภาพจากมือถือกว่า 20 เครื่อง จำนวนนี้รวมท้ั้งภาพเซลฟี่เปลือยของผู้หญิง และภาพเปลือยของผู้ชาย
โดยบริษัทสามารถเข้าถึงการกู้ไฟล์เหล่านี้ได้ แม้ว่าเจ้าของมือถือเหล่านี้จะได้รีเซทค่าของมือถือที่มีต้นแหล่งจากโรงงงานผลิตไปแล้ว เพราะการรีเซทดังกล่าวไม่ได้ไปกระทบต่อพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเหล่านี้แต่อย่างใด และหมายความว่า หากใครขายมือถือ ก็มีโอกาสที่ภาพของพวกเขาจะถูกกู้คืนมาได้ รวมทั้งข้อมูลสำคัญ ๆ ด้วย
ทั้งนี้ การเปิดเผยนี้มีขึ้นทั้งที่กูเกิล ผู้ผลิตระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ ได้ประกาศว่า ระบบปฎิบัติการใหม่ยากที่จะแฮ็กข้อมูลหากถูกลบไปแล้ว อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า สำหรับผู้ใช้ไอโฟนและไอแพดอาจเบาใจได้ เนื่องจากจะไม่ต้องเผชิญกับปัญหานี้ เพราะด้วยระบบไอโอเอสจะทำให้ข้อมูลของเครื่องจะไม่สามารถกู้คืนมาได้ หากมีการรีเซทค่าจากโรงงานแล้ว

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วิธีการป้องกัน บุตรหลาน กดซื้อเพชรในเกมดัง

วิธีการป้องกัน บุตรหลาน กดซื้อเพชรในเกม Cookie Run หรือไอเท็มอื่นๆ ทั้งบน Android และ iOS
กลายเป็นข่าวดังกระฉ่อนกันเลยทีเดียวครับ หลังจากที่มีข่าว สาวใหญ่เมืองสุพรรณ ได้รับบิลค่าโทรศัพท์รายเดือน เป็นจำนวนเงิน 2 แสนกว่าบาท เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า เกิดจากลูกชายตนเอง นำไปใช้ซื้อเพชรในเกม Cookie Run แบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และไม่คาดคิดว่า จะมีค่าใช้จ่ายบานปลายขนาดนี้
ซึ่งปัจจุบัน เครือข่าย AIS ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ คุณแม่ผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ ใช้บริการอยู่ ได้มีบริการที่เรียกว่า AIS 3G Billing บริการเกี่ยวกับ แอพพลิเคชั่น ทางอินเทอร์เน็ต อาทิเช่น การสมัครใช้งาน หรือซื้อไอเท็ม และ คอนเทนต์ ผ่านทาง Google Play Store ซึ่งทาง AIS จะเป็นผู้รับชำระค่าสินค้าและบริการเหล่านี้ ให้กับทาง Play Store ด้วยการหักจากบิลค่าโทรศัพท์ของเครือข่าย AIS ทั้งแบบรายเดือน และแบบเติมเงิน โดยที่ผู้ใช้ ไม่จำเป็นต้องมีบัตรเครดิตแต่อย่างใด ซึ่ง จุดนี้ ถือว่า สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ได้เป็นอย่างดีทีเดียว แต่ถ้าหากใช้ผิดประเภท หรือมีลูกหลานแอบเอา มือถือ ของเราไปใช้ ก็อาจทำให้เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกับข้างต้นได้ครับ
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ได้เกิดกับผู้ใช้ มือถือแอนดรอยด์ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ในต่างประเทศ ก็เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ทั้งบน Android และ iOS จนถึงขั้นฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายกันเลยทีเดียว ปัญหา หลักๆ ส่วนใหญ่ก็คือ ลูกหลานของเรา รู้รหัสผ่านทั้งบน Play Store และ App Store ซึ่งเกิดขึ้นจากตัวผู้ปกครองเอง จะเผลอล็อกอินค้างไว้ หรือบรรดาหนูน้อย จะแอบรู้มาเองก็ตาม โดยวิธีการป้องกันก็คือ ไม่ควรบอกรหัสผ่านให้ใครทราบ จะเป็นวิธีการป้องกันได้เป็นอย่างดีครับ
โดยในวันนี้ ทีมงาน techmoblog มีวิธีการปิดการใช้งาน In-App Purchase ทั้งบน iOS และ Android มาฝากกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ เจ้าของมือถือ เสียเงินจากการซื้อไอเท็มในเกมแบบไม่รู้ตัว มาชมกันครับว่า มีวิธีการอย่างไรกันบ้าง
วิธีการปิดการใช้งาน In-App Purchase บน iOS
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14035077161.jpg
เข้าไปที่ Settings > General > Restrictions
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14035077362.jpg
เลือก Enable Restrictions เพื่อเปิดใช้งาน จากนั้นใส่รหัส Pascode ลงไป ข้อแนะนำก็คือ รหัส Passcode ตัวนี้ ควรจะเป็นคนละตัวเลขกับ Passcode สำหรับปลดล็อคหน้าจอนะครับ (แต่สามารถใช้ตัวเลขเดียวกันได้) และที่สำคัญ ห้ามบอกรหัสผ่านกับคนอื่นด้วย
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14035076463.jpg
เสร็จแล้ว ให้ปิดการใช้งาน In-App Purchase ครับ หรือจะรวมถึง iTunes Store และ iBook Store ด้วยก็ได้ เพียงแค่นี้ ก็จะช่วยไม่ให้เกิดค่าใช้จ่ายแปลกปลอมขึ้นได้ครับ
นอกจากนี้ วิธีการป้องกันสำหรับผู้ใช้งาน iOS อีกวิธีหนึ่งก็คือ ไม่ใส่เลขที่บัตรเครดิต ผูกติดกับ Apple ID สามารถเข้าไปแก้ไขได้ที่ Settings > iTunes & App Store แล้วคลิกที่ Apple ID > View Apple ID > ใส่รหัสผ่าน ในส่วนของ Payment Information ถ้าหากมีการผูกกับบัตรเครดิต ไม่ว่าจะเป็น Visa หรือ Mastercard ให้เลือกเป็น None ครับ
ให้ใส่รหัสผ่านทุกครั้ง ที่มีการซื้อ หรือดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น และคอนเทนต์
ในส่วนของผู้ใช้ iOS เคยเกิดปัญหา กรณีล็อกอินค้างไว้ และถ้าหากมีการซื้อไอเท็มภายในเวลา 15 นาที จะไม่มีป็อบอัพแจ้งเตือนให้ใส่รหัสผ่าน Apple ID และนั่นก็ถือว่า เป็นจุดอ่อนสำหรับผู้ใช้ได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ทาง Apple จึงเปลี่ยนกฏใหม่ สามารถแจ้งให้ใส่รหัสผ่านทุกครั้งได้ เมื่อมีการซื้อ หรือดาวน์โหลดแอพฯ มาดูวิธีการตั้งค่ากันครับ
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14035081724.jpg
จาก General > Restrictions หน้าเดิมด้านบน ให้เลื่อนลงมา จะเจอคำว่า Require Password ให้เปลี่ยนจาก 15 minutes มาเป็น Immediately เพียงแค่นี้ ก็เรียบร้อยครับ แต่อย่าลืมว่า ห้ามบอกรหัสผ่านแก่ใครทั้งสิ้น
บน iOS 8 ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปด้วย Family Sharing
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14017402051.jpg
iOS 8 ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ที่มีชื่อว่า Family Sharing ที่สามารถแอด บุคคลในครอบครัวได้สูงสุด 6 คนด้วยกัน ข้อดีก็คือ ทุกๆ ครั้งที่มีการซื้อแอพฯ บน App Store จะมีการแจ้งเตือนไปยัง ผู้ปกครอง ก่อน ทำให้หมดปัญหาเรื่อง บุตรหลานเผลอไปกดซื้อแอพฯ ได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ ยังสามารถแชร์รูป, ตารางนัดหมายต่างๆ รวมไปถึง แชร์ Location ได้อีกด้วย
วิธีการเปิดฟังก์ชัน ให้ใส่รหัสผ่านทุกครั้ง เมื่อมีการซื้อไอเท็มบน Play Store [Android]
มากันที่ อุปกรณ์ในระบบปฏิบัติการ Android กันบ้างครับ วิธีการป้องกันเบื้องต้น ก็คือ เปิดใช้งานฟังก์ชัน ให้ใส่รหัสผ่านทุกครั้ง เมื่อมีการซื้อ ไอเท็ม หรือ คอนเทนต์ ผ่าน Play Store นั่นเอง มาดูกันว่า ทำได้อย่างไรบ้าง
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14035159471.jpg
เข้าไปที่ Play Store ปัดหน้าจอไปด้านซ้าย เพื่อเปิดเมนูขึ้นมา เลือก การตั้งค่า
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201406/images_14035160532.jpg
คลิกที่ ต้องป้อนรหัสผ่านเพื่อสั่งซื้อ (Require password for purchases) แล้วเลือกเปิดใช้งานแบบ สำหรับการสั่งซื้อทั้งหมดผ่านทาง Google Play บนอุปกรณ์นี้ และอย่าลืมว่า อย่าบอกรหัสผ่านให้ใครทราบด้วยนะครับ เพียงแค่นี้ก็เรียบร้อย
สนับสนุนเนื้อหา: www.techmoblog.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com